พรีวิวมือถือ Nokia N79 - โนเกีย N79
สัดส่วนภายนอก
อัน ที่จริงโทรศัพท์ไม่จำเป็นต้องมีเทคโนโลยีที่ไฮเทคสุดๆ หรอก เพราะเรื่องแบบนี้ยี่ห้อไหนเขาก็ทำได้ทั้งนั้นแหละ สักวันต้องตามกันทันอยู่ดี ดูอย่าง 7610 Supernova ที่มีการสร้างธีมจากภาพถ่าย หรือจะเป็น N79 เอ็นซีรี่ยส์รุ่นเด็กที่สามารถเปลี่ยนหน้ากากได้ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ว่าแต่แค่เปลี่ยนหน้ากากแล้วมันแปลกตรงไหนมิทราบ รอดูแล้วกัน เดี๋ยวผมจะเฉลยทีหลังครับ
โทรศัพท์แคนดี้บาร์ตัวนี้มีสีด้านหน้าให้เลือก 2 แบบด้วยกัน อย่างตัวที่เราได้รับมาทดสอบจะเป็นสีขาวล้วนชวนให้จับเล่น ส่วนอีกสีเป็นสีเทาสุดเร้าใจ แต่ทว่าการเปลี่ยนหน้ากากนั้นจะทำได้เพียงด้านหลังเท่านั้น ทีเด็ดของรุ่นอยู่ตรงที่การเปลี่ยนสีธีมตามสีฝาหลังนั่นเอง ถ้าใส่ฝาหลังสีเขียวเข้าไป ธีมในเครื่องจะเป็นสีเขียวล้วน ด้วยเหตุนี้ ธีมในเครื่องที่อยู่ในเมนูการปรับตั้ง (Personalization) จึงมีมากมายหลายแบบ และท่าทางว่าหน้ากากแบบนี้คงแพงกว่าปกติ เพราะต้องฝังไอซีไว้ข้างในด้วย ยังไงรักษาหน่อยแล้วกัน
ปุ่มสี่ทิศของ N79 ยังทำหน้าที่เห็นนาวี่วีลร่วมด้วยอีกเช่นเคย เพียงแต่ว่าปุ่มดังกล่าวเป็นแบบด้านและลื่น ผิดกับรุ่นก่อนหน้าที่เป็นพลาสติกมันเงา การหมุนควบคุมจึงทำได้ง่ายเหมือนไอพอด กอปรกับพื้นที่ตรงนั้นมีขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะกดหรือถูก็สะดวกไม่แพ้กัน จะเสียดายก็แต่ปุ่มซอฟต์คีย์สองฝั่ง และปุ่มโทรออกวางสายที่ใหญ่เท่าเม็ดข้าวสารพันธุ์ไทย ถ้าเป็นพันธุ์ญี่ปุ่นที่กินในร้านเซนคงใหญ่กว่านี้ อิอิ
นอกนั้นรอบเครื่องก็มีเซ็นเซอร์ปรับแสงอัตโนมัติ ลำโพงสเตอริโอ
รู เสียบการ์ดความจำและสายดาต้าใต้ฝาปิดอันเดียวกัน ส่วนที่ขาดไม่ได้เลยคือรูเสียบหูฟังแจ็คมาตรฐาน และปุ่มโฮลด์ที่ใช้ล็อคเครื่อง ด้านหลังก็เป็นเลนส์กล้องมีฝาปิดให้เรียบร้อย เรียกว่า N85 มีอะไร N79 ก็มีเหมือนกันหมด
ชำแหละเครื่องใน
ออก ตัวไว้อีกนิดว่า ถ้าเกิดผมเขียนเรื่องลูกเล่นของเครื่องน้อยเกินไป รบกวนไปอ่านเพิ่มเติมที่หน้าสเป็กนะครับ ตรงนี้อยากชี้ให้เห็นข้อแตกต่างและความรู้สึกจากการใช้งานนิดๆ หน่อยๆ มากกว่า และเรายังคงเริ่มต้นด้วยการเปรียบเทียบกับรุ่นใหญ่ของมันเช่นเคย
ในเมื่อต้องใช้เงินน้อยกว่าในการแลก N79 เมื่อเทียบกับ N85 ฟังก์ชั่นจึงลดน้อยถอยไปบ้าง แต่ผมรับรองว่าน่าคบหาสมาคมไม่แพ้รุ่นพี่ สิ่งที่ต่างออกไปคือพื้นที่จอที่มีขนาดเล็กลง 0.2 นิ้ว โดยเป็นจอแบบทีเอฟทีแทนที่จะเป็นโอเล็ด และตัวเครื่องแบบสไลด์ที่มีปุ่มควบคุมเครื่องเล่นมาให้ต่างหาก นอกนั้นก็เอ่อ...อืม เรื่องเมมโมรี่ในตัวนั่นอย่าไปนับเลย เพราะไม่ได้ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญหรอก
ฟังก์ชั่นเด่นๆ แทบจะยกมาจาก N85 ทั้งหมด กล้องดิจิตอล 5 เมกะพิกเซลชัดใสตามสไตล์เอ็นซีรี่ยส์รุ่นที่มีออโต้ โฟกัส การถ่ายวิดีโอยังอั้นอยู่ที่ 640 x 480 จุด 30 เฟรมต่อวินาทีมาช่วงยาวๆ แล้ว แต่ก็ถือว่าอยู่ในกลุ่มท็อปในตลาด อย่างเก่งมีเหนือกว่านี้แค่ 720 x 480 พิกเซล ในระดับดีวีดีไวด์สกรีน
จีพีเอสในโนเกียสร้างความประทับใจอย่างเสมอต้นเสมอปลายตรงที่จับสัญญาณตอน เริ่มได้เร็วมากๆ แม้เครื่องอยู่ในรถที่กำลังเคลื่อนที่ก็ยังฟิกซ์ดาวเทียมได้อย่างทันท่วงที เอาว่าพีดีเอโฟนรุ่นไหนที่ว่าแน่ก็ต้องยอมศิโรราบให้ และสำหรับรุ่นนี้
ทาง ผู้ผลิตก็ยังใจดีให้ไลเซนส์สำหรับนำทางด้วยเสียงมาเป็นเวลาสามเดือน หมดเมื่อไหร่ ใครอยากต่อก็ย่อมได้ แต่บางคนเลี่ยงไปซื้อโมบายเอ็กซ์ที กับทางอีเอสอาร์ไอแทนซะงั้น
เซ็นเซอร์หมุนจอของโนเกียมีการทำงาน ต่างจากพวกพีดีเอโฟนจากเอชทีซี หรือโทรศัพท์ธรรมดาอย่างของโซนี่ อีริคสัน เนื่องจากเปลี่ยนทิศทางได้แม้กระทั่งตอนอยู่ในเมนูหลัก อันที่จริงผมว่ามันไม่จำเป็นเท่าไหร่ เนื่องจากใครจะหมุนในหน้านั้นล่ะ บางทีเอียงเครื่องนิดเดียว จอก็พลิกจนทำให้รู้สึกรำคาญได้ครับ
กูรูฟันธง
สำหรับคนที่มีงบจำกัดลงมาอีกนิดนึง N79 ยังเป็นทางเลือกที่ดี บางคนเอาไปเทียบกับ N82 รุ่นเก่าโน่น จริงอยู่ว่าลูกเล่นใกล้เคียงกัน แต่ขอบอกเลยว่าขนาดตัวมันห่างกันเยอะ ถ้าอยากได้มือถือซิมเบียนที่ครบเครื่อง ขณะเดียวกันก็ไม่ต้องทรมานกับการพกโทรศัพท์ตัวโตไว้ในกระเป๋า เชื่อเราเหอะว่าน้องเล็กตัวนี้น่าเล่นกว่าเป็นไหนๆ
ข้อดี
กล้องดิจิตอล 5 เมกะพิกเซล ออโต้ โฟกัส พร้อมแฟลช 2 ดวงลำโพงแบบสเตอริโอ
เอฟเอ็ม ทรานสมิตเตอร์ และรูเสียบหูฟัง 3.5 ม.ม.
เซ็นเซอร์หมุนจออัตโนมัติ
มีภาครับจีพีเอส การเชื่อมต่อด้วยไวไฟ และทีวี-เอาท์
แบตเตอรี่ที่มีขนาดใหญ่ถึง 1,200 มิลลิแอมป์
ปุ่มกดแบบนาวี่วีล
หน้ากากด้านหลังที่สัมพันธ์กับสีของธีม (Xpress-onTM smart cover)
ข้อเสีย
ยังมีเสียงเบียดกันของพลาสติกเหมือน N78
กล้องด้านหน้าถ่ายภาพได้ความละเอียดแค่ 320 x 240 พิกเซล
เซ็นเซอร์หมุนจอที่หมุนมันทุกเมนู และบางทีก็ไวเกินไป
ไม่ใช่แฟลชแบบซีน่อนเหมือน N82


