รีวิวมือถือ Nokia N78 - โนเกีย N78
Physical Overview
Symbian 9.3 Operating System
หลัง จากที่ห่างหายไปจากตลาดมือถือมานานพอสมควร นับตั้งแต่ Nokia N82 มาถึงกลางปีก็ได้ฤกษ์เปิดตัว Nokia N78 รุ่นใหม่ล่าสุด แถมพ่วงเอาด้วยระบบปฏิบัติการ Symbian เวอร์ชั่นใหม่ 9.3 พร้อมกับปรับเปลี่ยนหน้าตาเมนูไปอีกเล็กน้อย แต่โดยรวมแล้วยังคงคล้ายกับเวอร์ชั่น 9.2 รุ่นก่อน ที่เห็นชัดๆ คือรองรับการเอฟเฟ็คท์ต่างๆ บนหน้าจอเมนูหลัก อย่างเช่น Theme ที่มีมาให้ในเครื่องที่ชื่อว่า Haze เมื่อเปลี่ยนหน้าเมนู หน้าจอจะ Fade out หรือจางลง พร้อมกับ Fade in หน้าจอใหม่ ทำให้ดูน่าใช้งานขึ้นมากทีเดียว ส่วนไอคอนเมนูหลักก็จะมีเอฟเฟ็คท์เคลื่อนไหวตาม Theme ที่ได้ตั้งเอาไว้ ส่วนการใช้งานอื่นๆ ก็ยังคงคล้ายกับเวอร์ชั่นก่อน หากเคยใช้งานมาแล้วก็ไม่จำเป็นต้องปรับตัวมากนัก สำหรับโปรแกรมยังคงรองรับเวอร์ชั่นก่อนๆ ซึ่งสามารถนำมาติดตั้งใช้งานได้ตามปกติ
3.2 Mega Pixels Digital Camera, Carl Zeiss Optics
เลนส์ รับภาพของกล้องดิจิตอลความละเอียด 3.2 ล้านพิกเซลของ Nokia N78 ยังคงใช้เลนส์คุณภาพสูงจาก Carl Zeiss เหมือนกับรุ่นก่อนๆ จึงวางใจได้ในเรื่องของสีสันของภาพที่จะผิดเพี้ยนก่อนจะไปถึงเซ็นเซอร์รับ ภาพน้อยที่สุด การถ่ายภาพของรุ่นนี้เมื่อกดปุ่มชัตเตอร์ค้างเอาไว้ประมาณ 2 วินาที หน้าจอจะเปลี่ยนเป็นช่องมองภาพในแนวนอนทันที และเมื่อวางเครื่องในแนวนอน ปุ่มชัตเตอร์จะอยู่บริเวณนิ้วชี้พอดี จึงทำให้การถ่ายภาพทำได้เหมือนกับกล้องดิจิตอลทั่วไป มีปุ่มปรับระดับเสียงเป็นปุ่มซูมภาพในระบบดิจิตอล โดยจะซูมภาพได้สูงสุดถึง 20 เท่า
ไฟช่วยส่องสว่างแบบ LED ที่ให้ความสว่างในการถ่ายภาพในที่มืด เลือกเปิด หรือปิดไฟแฟลช หรือจะเลือกให้เปิดแฟลชอัตโนมัติเมื่อมีแสงสว่างไม่เพียงพอ และยังช่วยลดจุดแดงบนดวงตาเมื่อเปิดใช้ในโหมด Red-eye Reduction ด้วย นอกจากนี้ไฟแฟลชแบบ LED ยังช่วยส่องสว่างให้กับวัตถุเมื่อมีแสงสว่างไม่เพียงพอ ซึ่งจะช่วยให้กล้องโฟกัสภาพได้ง่ายขึ้น ไฟแฟลชแบบ LED ของ Nokia N78 ยังให้ระยะส่องสว่างได้ไกลประมาณ 1-2 เมตรในที่มืด โหมดการถ่ายภาพของกล้องรุ่นนี้ก็มีให้เลือกแบบ Close-up, Portrait, Landscape, Sports, Night และ Night Portrait หรือจะเลือกโหมด Auto เืพื่อให้กล้องเลือกโหมดการถ่ายภาพแบบอัตโนมัติก็ได้ด้วยเช่นกัน เลือกตั้งเวลาถ่ายภาพได้ตั้งแต่ 2, 10 หรือ 20 วินาที มีโหมดถ่ายภาพต่อเนื่องได้ 6 ภาพโดยการกดค้างไว้ และยังมีระบบตั้งเวลาถ่ายภาพตามระยะเวลาที่เลือกไว้ตั้งแต่ 10, 30 วินาที หรือ 1, 5, 10 ไปจนถึง 30 นาที เลือกโทนสีได้แบบ Sepia, Black & White, Vivid, และ Negative เลือกปรับ White Balance ให้กับภาพได้ตามสภาพแสงแบบ Sunny (แดดจ้า), Cloudy (ฟ้าหลัว), Incandescent (แสงจากหลอดไส้) และ Fluorescent (แสงจากหลอดฟลูออเรสเซนต์) หรือจะเลือกแบบอัตโนมัติเพื่อความสะดวกในการถ่ายภาพ มีฟังก์ชั่น Brightness, Contrast ได้ถึง 20 ระดับ และยังเลือกปรับ ISO หรือความไวแสงให้กับกล้องได้ 3 ระดับตั้งแต่ Low, Medium และ High หรือจะเลือกให้กล้องปรับความไวแสงแบบอัตโนมัติก็ได้เช่นกัน
ความละเอียดของภาพก็มีให้เลือกตั้งแต่ 3.2 ล้านพิกเซล, 2 ล้านพิกเซล, 1.3 ล้านพิกเซล หรือขนาดเล็กตั้งแต่ 0.8 และ 0.3 ล้านพิกเซล มีฟังก์ชั่น Record Location สำหรับบันทึกพิกัดลงบนข้อมูลของภาพถ่ายโดยอาศัยข้อมูลที่ได้จากดาวเทียม GPS ซึ่งจะต้องรอให้เครื่องจับสัญญาณดาวเทียมให้ได้เสียก่อน จึงจะบันทึกพิกัดลงบนภาพถ่ายได้ โดยจะมีสัญลักษณ์รูปจานดาวเทียมปรากฎอยู่บนหน้าจอแถบแสดงสถานะ ส่วนความคมชัดของภาพที่ถ่ายออกมานั้นทำได้ดีน่าประทับใจทีเดียว จะพกแทนกล้องดิจิตอลเลยก็ได้
สำหรับการถ่ายคลิปวิดีโอก็ถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงถึง 640 x 480 พิกเซล แต่เฟรมเรทอาจจะยังสู้กล้องถ่ายวิดีโอใน Nokia N82 หรือ N95 8GB ไม่ได้ เพราะถ่ายได้แค่ 15 เฟรมต่อวินาที ในขณะที่ทั้งสองรุ่นถ่ายได้ถึง 30 เฟรมต่อวินาที ระยะเวลาถ่ายภาพนั้นขึ้นอยู่กับหน่วยความจำที่เหลือ โดยจะีมีระยะเวลาที่ถ่ายได้ปรากฎอยู่บนหน้าจอให้ผู้ใช้ทราบ รูปแบบของไฟล์วิดีโอที่ถ่ายออกมาจะเป็น MPEG4 แต่หากถ่ายที่ความละเอียดต่ำจะออกมาเป็น 3GP มีระบบ Video Stabilisation ป้องกันภาพสั่นไหว แต่การถ่ายคลิปวิดีโอไม่สามารถเปิดไฟแฟลชขณะถ่ายภาพได้ แต่ก็ยังมี Night mode สำหรับถ่ายภาพในที่มืดให้ใช้งานเช่นกัน ส่วนการปรับแต่งก็มีให้เลือกปรับเอฟเฟ็คท์สี และ White balance ให้กับภาพเหมือนกับการถ่ายภาพนิ่ง ส่วนกล้องดิจิตอลด้านหน้าก็เลือกใช้ถ่ายได้ทั้งภาพนิ่้ง และภาพเคลื่อนไหว
GPS Navigator
Nokia N78 ยังรวมเอาความสามารถในด้านระบบนำทางด้วยดาวเทียม GPS โดยติดตั้งภาครับสัญญาณมาให้ในตัว พร้อมกับมีโปรแกรม Nokia Maps ในเครื่อง สำหรับระบบรับสัญญาณก็ทำงานได้ค่อนข้างรวดเร็ว อาจจะมีจับสัญญาณช้าบ้างก็ถือเป็นเรื่องปกติ ซึ่งหากอยู่ในที่โล่งจะจับสัญญาณได้ค่อนข้างเร็ว การใช้งานร่วมกับโปรแกรม Nokia Maps ก็ถือว่าระบุตำแหน่งบนแผนที่อิเล็กทรอนิกส์ได้ค่อนข้างแม่นยำ แต่ตัวแผนที่ยังไม่รองรับภาษาไทย และระบบนำทางยังคงต้องเสียสตางค์ซื้อระบบนำทางผ่านบัตรเครดิตก่อนจึงจะใช้ งานได้ หากไม่ซื้อระบบนำทางก็จะใช้ระบุตำแหน่งบนแผนที่ได้เท่านั้น โปรแกรม Nokia Maps ยังค้นหาสถานที่ต่่างๆ ได้ค่อนข้างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ปั๊มน้ำมัน โรงแรม ตู้เอทีเอ็ม หรือสถานที่สำคัญอื่นๆ ได้ การใช้งาน Nokia Maps อาจจะอาศัยการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเพื่อดาวน์โหลดแผนที่ในส่วนต่างๆ เพิ่มเติม ซึ่งอาจจะมีค่าใช้จ่ายตามมาภายหลังได้ แต่ในส่วนของแผนที่จะไม่มีค่าใช้จ่าย ผู้ใช้จึงดาวน์โหลดแผนที่ได้ทุกประเทศ ทั่วโลกมาใช้งานได้แบบฟรี
Hi-Fi Stereo Music Player & FM Transmitter
ลำโพง แบบสเตอริโอของ Nokia N78 อาจจะวางตำแหน่งแปลกๆ คือด้านข้างซ้ายอยู่ด้านล่าง ส่วนด้านข้างขวาอยู่ด้านบน แต่ทั้งสองลำโพงก็ให้เสียงแบบสเตอริโอที่ฟังแล้วมีมิติแยกซ้ายขวาค่อนข้าง ชัดเจน เครื่องเล่นเพลงของรุ่นนี้ยังคงมีหน้าตา ลูกเล่นคล้ายกับรุ่นก่อน หน้าจอเครื่องเล่นเพลงมีระบบแสดงภาพศิลปิน แต่หากไฟล์เพลงไม่มีภาพแนบมาก็จะแสดงเป็นกรอบสี่เหลี่ยมแทน การปรับเปลี่ยนรูปแบบโทนเสียงก็มีให้เลือกใน Equaliser โดยจะมีให้เลือกแบบ Bass booster, Classical, Jazz, Pop และ Rock แต่หากต้องการปรับแต่งโทนเสียงเองก็เลือกปรับแต่งได้จากอีควอไลเซอร์ที่มี ความละเอียดของแถบเสียงถึง 8 แบนด์ แถบซ้ายใช้ปรับเสียงทุ้มไล่ไปจนถึงขวาซึ่งเป็นเสียงแหลม และยังบันทึกเป็นรูปแบบเสียงเฉพาะของผู้ใช้เองได้ด้วย นอกจากนี้ยังมีการปรับ Balance หรือสมดุลย์ของเสียงซ้ายขวา ปรับเพิ่มความดังของเสียงด้วย Loudness และปรับเพิ่้มมิติของเสียงด้วย Stereo widening
ด้าน บนของตัวเครื่องมีช่องเสียบชุดหูฟังที่ใช้แจ็คขนาดมาตรฐาน 3.5 มม. จึงนำชุดหูฟังอื่นๆ มาฟังเพลงได้ทันที ตัวเครื่องยังรองรับบลูทูธ A2DP หรือชุดหูฟังบลูทูธแบบสเตอริไร้สายมาเชื่อมต่อเพื่อฟังเพลงแบบอิสระ และที่พิเศษไปกว่านั้นคือฟังก์ชั่น FM Transmitter ที่จะส่งสัญญาณเสียงผ่านคลื่นความถี่ FM นั่นก็หมายความว่าหากเปิดวิทยุ FM ไม่ว่าจะที่บ้าน หรือในรถให้ตรงกับความถี่ของ FM Transmitter ที่ตั้งเอาไว้ก็จะได้ยินเสียงเพลงที่เล่นจาก Nokia N78 ได้ทันที จึงไม่ต้องพึ่งพาสายสัญญาณที่จะต่อจาก Nokia N78 ให้วุ่นวาย เพียงแค่ตั้งความถี่ในฟังก์ชั่น Transmit ที่มีให้เลือกตั้งแต่ 88.10 MHz ไปจนถึง 107.90 MHz เสียงเพลงจะถูกตัดจากชุดหูฟังแล้วจะถูกส่งผ่านความถี่ FM ทันที สำหรับการส่งสัญญาณ FM จากตัวเครื่องนั้นจะส่งได้ในระยะประมาณ 1 เมตร และต้องอยู่ในรัศมีรับสัญญาณ หากเกินกว่านี้จะเริ่มได้ยินเสียงซ่า ส่วนการเลือกคลื่นความถี่ควรจะเลือกไม่ให้ทับซ้อนกับช่องสัญญาณวิทยุสถานี อื่นๆ เพราะอาจจะได้ยินเสียงแทรกเข้ามาได้
สำหรับการรับฟังวิทยุ FM นั้นจะเป็นคนละส่วนกับ FM Transmitter การรับฟังยังคงต้องใช้เสาอากาศรับสัญญาณ ต่างกับ FM Transmitter ที่มีเสาอากาศส่งสัญญาณในตัวเครื่อง ในเมนูวิทยุ FM ยังมีให้เลือกฟังจากความถี่ FM ปกติ หรือจะฟังผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตในเมนู Internet Radio มีให้เลือกฟังจากสถานีวิทยุออนไลน์ทั่วโลกนับพันสถานี โดยเลือกจากประเภทของสถานี หรือเลือกจากประเทศ แต่สำหรับประเทศไทยมีให้เลือกเพียงสถานีเดียวเท่านั้น
3.5G Hi Speed Connect – Mobile Office
NSeries รุ่นใหม่ที่เปิดตัวมักจะรองรับระบบ 3G เป็นส่วนใหญ่ จนมาถึง Nokia N78 ที่รองรับถึง 3.5G ด้วยเทคโนโลยี HSDPA บนเครือข่าย WCDMA แต่คงต้องรออีกสักพักจึงจะใช้งานในบ้านเราได้ ถ้าอดใจไม่ไหว บินไปใช้งานที่เมืองนอกก็ได้เช่นกัน ส่วนการใช้งานเชิงธุรกิจก็รองรับการเปิดอ่านไฟล์เอกสารด้วยชุดโปรแกรม Quick Office ใช้งานได้ทั้่ง Word, Excel, Power Point และไฟล์ PDF ก็จะต้องใช้โปรแกรม Adobe PDF ในการเปิดอ่าน นอกจากนี้ยังรองรับการรับส่งอีเมล์ตามมาตรฐานโปรโตคอล POP3 และ IMAP4
Final Opinion & Conclusion
เปิดตัวประเดิม Symbian 9.3 เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดด้วย Nokia N78 หลังจากที่ไ่ม่มีรุ่นใหม่เปิดตัวมานานหลายเดือน แต่นับจากนี้จะเห็นทยอยกันออกมาอีกหลากหลายรุ่น สำหรับระบบปฏิบัติการเวอร์ชั่นใหม่นี้ถือว่าทำออกมาได้น่าใช้กว่าเดิม แต่ก็ไม่ได้แตกต่างไปจากเวอร์ชั่นก่อนมากนัก ตัวเครื่องมีฟังก์ชั่นการใช้งานมาให้อย่างหลากหลาย สมกับที่ Nokia เรียกโทรศัพท์มือถือให้เป็น Multimedia Computer ทั้งระบบนำทาง GPS, เครื่องเล่นเพลง, กล้องถ่ายภาพความละเอียด 3.2 ล้านพิกเซล, ระบบการเชื่อมต่อไร้สายความเร็วสูง และลูกเล่นใหม่กับ FM Transmitter ส่งเสียงเพลงเข้าเครื่องเสียงอื่นๆ ได้ สำหรับราคาค่าตัวของรุ่นนี้ยังไม่ถูกเปิดเผย แต่คาดว่าคงแตะระดับหมื่นปลายๆ ไปจนถึงสองหมื่น คงต้องติดตามกันต่อไปสำหรับมิตรรักแฟน Nokia NSeries
Strength
ระบบปฏิบัติการ Symbian 9.3 เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด
ภาครับสัญญาณดาวเทียม GPS พร้อมแผนที่ Nokia Maps
กล้อง 3.2 ล้านพิกเซล ออโต้โฟกัส ระบุพิกัดลงบนข้อมูลภาพถ่ายได้
รองรับระบบ 3.5G บนเครือข่าย WCDMA
เครื่องเล่นเพลง พร้อมลำโพงคู่แบบสเตอริโอ
ส่งเสียงเพลงผ่านความถี่ FM ไปยังเครื่องเล่นอื่นๆ ได้
มีช่องเสียบชุดหูฟังขนาด 3.5 มม.
วิทยุ FM แบบสเตอริโอ พร้อมรับฟังวิทยุจากทั่วโลกผ่านอินเตอร์เน็ต
เชื่อมต่อไร้สายผ่านบลูทูธ (A2DP) และ Wi-Fi
Weakness
ฝาหลังกรอบแกรบเล็กน้อย
แผงปุ่มกดต้องอาศัยความคุ้นเคย


