พรีวิวมือถือ Nokia E72 - โนเกีย E72
สัดส่วนภายนอก
พัฒนามาจากรุ่นพี่อย่าง E71 โดยเปลี่ยนการดีไซน์ไปเล็กน้อย แต่ความโดดเด่นยังอยู่ที่วัสดุ และความบางในระดับที่เรียกว่าคมกริบ ด้วยชื่อเสียงที่เคยสร้างไว้ ทำให้ E72 โด่งดังอย่างรวดเร็ว แถมราคาเปิดตัวมาก็กระตุ้นต่อมอยากของลูกค้าเหลือเกิน ถึงตอนนี้หลายคนอยากอ่านเต็มทนแล้ว
ด้านหน้า: ปุ่มต่างๆ ยังคงเดิม เปลี่ยนแค่ปุ่มกดยืนยันให้เป็นแทร็คแพด ทำให้เคลื่อนที่ในรายการยาวๆ มีความคล่องแคล่วมากขึ้น การพิมพ์ภาษาไทยยังทำได้ไม่สะดวกนัก เนื่องจากโครงสร้างของการวางตัวยังเหมือนเดิม สระและวรรณยุกต์ทั้งหมดรวมตัวกันอยู่ในปุ่มเดียว ขณะที่เหนือจอจะเป็นเซ็นเซอร์วัดแสงและเลนส์สำหรับวิดีโอ คอลล์ อ้อ ถ้าสังเกตให้ดี ปุ่มแถวล่างยังเป็นทางลัดได้อีกมากมายเลยนะ
ด้านซ้าย: มีรูเสียบสายไมโครยูเอสบี และสล็อตไมโครเอสดีการ์ด ต่ำสุดเป็นรูร้อยสายนานาชนิด
ด้านขวา: ตรงนี้เกี่ยวกับเสียงทั้งหมด ตั้งแต่ปุ่มปรับเสียงขึ้นลง และปุ่มสั่งงานด้วยเสียง
ด้านบน: เราสามารถเปิดปิดเครื่องได้จากปุ่มบนหัว ใกล้กันยังมีรูรับแจ็ค 3.5 มิลฯ ด้วย
ด้านล่าง: แค่รูเสียบสายชาร์จอันเดียวโดดๆ
ด้านหลัง: แฟลช เลนส์กล้อง และลำโพงกระจุกตัวอยู่ด้านบนเหนือฝาหลังแบบสเตนเลส สตีล ฝาอันนี้ปลดล็อคได้โดยเลื่อนสลักทางด้านล่าง ซึ่งต่างจากรุ่นเดิมที่ใช้การบีบด้านข้างแทน
ภาพรวม: คำ สั้นๆ ที่อธิบายภาพลักษณ์ของ E72 ได้ชัดเจนคือ บางแต่แข็งแรง วัสดุดี ดีไซน์เด่น โดยรวมแล้วยังน่าประทับใจเหมือนรุ่นเก่า ส่วนใครจะว่ามันสวยหรือไม่ อันนี้แล้วแต่ความชอบส่วนบุคคล
ชำแหละเครื่องใน
เรื่อง การเปลี่ยนโหมดบนหน้าโฮมสกรีนยังคงเป็นจุดเด่นสำหรับซีรี่ยส์นี้โดยเฉพาะ นั่นคือการทำให้ไอคอนและการใช้งานต่างๆ ปรับเปลี่ยนไปตามวันที่เราต้องการใช้งาน อย่างวันหยุดแทนที่จะมีไอคอนอีเมลหรือปฏิทินขึ้นมา ก็เปลี่ยนเป็นแกลเลอรี่ภาพหรือเครื่องเล่นเพลงแทน
เอกสิทธิ์ เฉพาะสำหรับอีซีรี่ยส์อีกอย่างคือ มีโปรแกรมที่รองรับการจัดการไฟล์เอกสารได้อย่างสมบูรณ์ การใช้สมาร์ทเสิร์ชในการค้นหาเบอร์โทรอย่างง่ายดาย รวมไปถึงเครื่องมือบางอย่างที่ไม่มีซิมเบียนตัวไหนเลียนแบบได้เหมือน อย่างเช่น โปรแกรมสแกนตัวหนังสือภาษาอังกฤษเป็นโน้ตเก็บไว้ในเครื่อง ซึ่งโดยทั่วไปเราจะเห็นแต่การสแกนนามบัตรในรุ่นอื่น หรือจะเป็นโปรแกรมที่ใช้จัดการการนำเสนอผ่านพาวเวอร์พ้อยนท์ และในนั้นจะมีการนับเวลาให้ด้วยว่าเราได้พูดไปกี่นาทีแล้ว
สิ่ง ที่พัฒนาแบบพลิกหลังมือเป็นหน้ามือเลยคือ กล้องถ่ายภาพในตัวเครื่อง เดิมที E71 มีข้อด้อยในเรื่องนี้ ทว่าพอถึงคราว E72 บ้าง เราเห็นว่าคุณภาพไฟล์ของมันดีขึ้นแบบผิดหูผิดตา จะบอกว่าติดท็อปไฟฟ์ (Top 5) ของวงการเลยก็ว่าได้ เพียงแต่ลูกเล่นมันจะไม่เยอะเหมือนค่ายเกาหลีเท่านั้นเอง
ซี พียูที่ปรับมาเป็น 600 เมกะเฮิร์ตซ์ต้องส่งผลต่อการทำงานบ้างไม่มากก็น้อย ทั้งในส่วนของการเปิดแผนที่นำทาง การเล่นไฟล์มีเดียจำพวกวิดีโอขนาดใหญ่ ฯลฯ และหากไม่มีแหล่งพลังงานมาสนับสนุนมากพอ ก็คงจะทำให้การสื่อสารต้องสะดุดลง และอีซีรี่ยส์ไม่เคยละเลยเรื่องนี้ครับ แบตของมันยังทนทายาด ตามสเป็กแล้วมันคุยต่อเนื่องได้ถึง 12.5 ชั่วโมง ลองคิดซะว่าเป็น 80% ก็พอ แค่นี้ยังโทรได้ 10 ชั่วโมงเลย
กูรูฟันธง
E72 ถือเป็นทางเลือกสำหรับคนที่ไม่ได้ต้องการจะใช้แบล็คเบอร์รี่ ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม อาจจะไม่อยากจ่ายรายเดือน หรือคิดว่าไม่คุ้นเคยกับระบบปฏิบัติการใหม่ๆ แต่ยังไงเราไม่อยากให้คิดว่านี่คือตัวแทนของบีบี เพราะโนเกียรุ่นนี้ยังมีความน่าสนใจอยู่ในตัว ทั้งเรื่องฟังก์ชั่น วัสดุ ความง่ายในการใช้งาน ตลอดจนความครบเครื่องด้านคุณสมบัติที่แม้แต่เอ็นซีรี่ยส์ยังต้องชิดซ้าย ด้วยเหตุผลทั้งหมดที่กล่าวมาทำให้ E72 น่าจะเป็นรุ่นที่ประสบความสำเร็จอีกรุ่นหนึ่งครับ
ข้อดี
- มีคีย์บอร์ดในตัว
- เปลี่ยนมาใช้แทร็คแพดแทนปุ่มกดธรรมดา
- กล้อง 5 ล้านพิกเซลที่พัฒนาคุณภาพขึ้นมาสูงมาก
- แบตเตอรี่ยังอึดตามสไตล์
- การเชื่อมต่อสารพัดทาง อาทิ ไวไฟ จีพีเอส รูสำหรับแจ็ค 3.5 ม.ม.
- แอพพลิเคชั่นที่เกี่ยวข้องกับงานธุรกิจมีมาให้เพียบ
- ใช้ซีพียูความเร็วสูง 600 เมกะเฮิร์ตซ์
- รองรับแจ็ค 3.5 มิลลิเมตร
ข้อเสีย
- ยังพิมพ์ไทยได้ยากเหมือนเดิม
- ลำโพงภายนอกยังให้คุณภาพเสียงไม่ดีนัก
- กล้องวิดีโอถูกจำกัดเฟรมเรตอยู่ที่ 15 เฟรมต่อวินาที
- จอแสดงผลน่าจะละเอียดกว่านี้ได้แล้ว