พรีวิวมือถือ Nokia E63 - โนเกีย E63
สัดส่วนภายนอก
นานเหลือเกินกว่าที่ E63 จะวางขายในประเทศไทย ทั้งที่เปิดตัวมาตั้งแต่ปีมะโว้แล้ว และในที่สุดก็มาจนได้ ถึงแม้จะไม่ตามนัดก็เหอะ (T_T น้ำตาไหลพราก ดีใจสุดซึ้ง) หลายคนรอมือถือรุ่นนี้อยู่ เนื่องจากมีราคาไม่แพง และได้เกาะปลายกระแสแบล็คเบอร์รี่กับเขาด้วย
ด้าน หน้า: เหมือนชีวิตได้ผ่านเลย วัยแห่งความฝัน...เอ้อ นั่นมันเพลงทะเลใจ ไม่ใช่ทะเลปุ่มแบบ E63 ความกว้างของคีย์บอร์ดเควอร์ตี้ของรุ่นนี้มีมากกว่า E71 ทำให้กดได้สะดวกขึ้นนิดๆ ปุ่มเกือบทั้งหมดเป็นยาง และไม่ได้สร้างความลำบากใจให้กับเราเลย กลัวอย่างเดียวว่าใช้ไปเรื่อยแล้วมันจะลอก ด้านหน้ามีปุ่มพิเศษอยู่หลายปุ่มด้วยกัน หนึ่งในนั้นคือสเปซบาร์ที่ใช้เปิดปิดไฟฉาย ส่วนด้านบนมีเซ็นเซอร์รับแสงด้วย
ด้านซ้าย: พอร์ตไมโครยูเอสบีและสล็อตไมโครเอสดีถูกแยกออกจากกันด้วยฝาปิดแบบยาง
ด้านขวา: มีรูร้อยสายห้อยอยู่ที่มุมล่าง
ด้านบน: ลำโพงที่ให้เสียงดีกว่า E71 ส่วนรูเสียบแจ็ค 3.5 มิลฯ จะมีจุกยางปิดไว้เช่นกัน
ด้านล่าง: มีรูประจุไฟหัวเข็มของโนเกีย
ด้าน หลัง: กลุ่มบนเป็นเลนส์กล้อง กระจก และแฟลชที่ใช้เป็นไฟฉายได้ ตรงก้นกบเป็นปุ่มปลดล็อคฝาหลังที่ทำมาอย่างดี ปลดไม่ยากเหมือนของรุ่นพี่ที่ต้องบีบเอาจากด้านข้าง
ภาพ รวม: ตัวอ้วนกว่า E71 นิดหน่อย และวัสดุทั้งมวลดูดีไม่เท่า เนื่องจากโมเดลนั้นขึ้นหิ้งเป็นเทพไปซะแล้ว ของถูกอย่าง E63 จึงเป็นได้แค่พลาสติก ปนผิวยางในบางส่วน
ชำแหละเครื่องใน
หลาย แอพพลิเคชั่นทำออกมาเฉพาะเจาะจงเพื่อ อีซีรี่ยส์ เท่านั้น ได้แก่ คอนแท็คที่เสิร์ชหาจากหน้าสแตนด์บายโดยการกดแป้นพิมพ์ได้เลย อย่างปฏิทินก็จะมีพื้นที่เอาไว้เตะบอลด้านข้าง เอ้ย ไม่ใช่ เอาไว้แสดงนัดหมายในแต่ละวัน เพราะเข้าใจถึงลักษณะการใช้งานของคนกลุ่มนี้เป็นอย่างดีว่าต้องมีนัดเยอะมาก อะไรอีกล่ะ การป้อนข้อความภาษาอังกฤษยังทำได้ง่ายเหมือนเดิม เนื่องจากคีย์เรียงในแบบเควอร์ตี้ ส่วนภาษาไทยต้องอาศัยความคุ้นเคยซักเล็กน้อย เนื่องจากมั่วๆ ซั่วๆ อยู่ และทีเด็ดยังอยู่ที่การเปลี่ยนโหมดการแสดงผลบนหน้าโฮม วันทำงานเป็นแบบนึงซึ่งอาจจะเต็มไปด้วยแอพฯ ทางธุรกิจ ส่วนวันหยุดอาจมีเครื่องเล่นเพลง วิทยุ ตลอดจนเฟซบุ๊คเข้ามาแทรกอยู่ก็ได้ นี่คือความยืดหยุ่นที่หาไม่ได้จากซีรี่ยส์อื่นครับ
ภาครับ จีพีเอสและการเชื่อมต่อแบบเอชเอสดีพีเอหายไปพร้อมกับต้นทุนที่ลดลง กระนั้นเอง E63 ยังมีไวไฟและเอดจ์คลาสแรงๆ ให้เหมือนเดิม ถ้าใครไม่ได้ใช้ระบบนำทางอยู่แล้วก็อาศัยกูเกิ้ล แม็ปส์แทนละกัน
รู เสียบแจ็ค 3.5 ม.ม. ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีประโยชน์ เพราะประสิทธิภาพของเครื่องในการขับเพลงยังไม่ดีนัก เมื่อเสียบหูฟังอยู่ เราจะได้ยินเสียงน้อยส์แทรกด้วยซ้ำ แถมเครื่องเล่นเพลงก็ปรับอีคิวได้แค่ 5 แถบ แต่ก็ว่าไม่ได้ เพราะนี่ไม่ใช่เอ็นซีรี่ยส์ ยังไงรถสปอร์ตก็เอามาบรรทุกต้นมะม่วงใส่ท้ายรถไม่ได้หรอก
จุด เด่นของอนุกรมนี้ยังอยู่ที่การใช้แบตความจุสูง ทำให้สแตนด์บายได้นานหลายวัน การใช้งานทั่วไปสามารถอยู่ได้ถึง 3 วันเต็มโดยไม่ต้องพึ่งพาที่ชาร์จ แต่ถ้าอัดไวไฟหนักๆ ก็มีเดี้ยงเหมือนกันนะ
บาง ทีมนุษย์ออฟฟิศหรือนักธุรกิจก็เก็บความลับไว้ในโทรศัพท์เยอะเหมือนกัน อย่างพวกอีเมล์งาน ไฟล์เอกสารต่างๆ ฯลฯ ถ้าเกิดเครื่องหายชะแวบขึ้นมาที เราก็ไม่รู้จะลบข้อมูลยังไง E63 จึงมีฟังก์ชั่นที่เรียกว่ารีโมท ล็อค ในกรณีที่เครื่องไม่อยู่กับตัวแล้ว ถ้าเราไหวตัวทันให้ส่งเอสเอ็มเอสเข้าเบอร์ตัวเองโดยใช้ข้อความที่กำหนดเพื่อ ล็อคเครื่องได้ครับ หัวขโมยจะไม่สามารถเปิดใช้เครื่องได้เลยหากไม่ทำการใส่รหัสก่อน
กูรูฟันธง – ถ้าคุณชอบฟังเพลง ชอบเล่นเกม หรือสนุกกับความบันเทิงบนมือถือ คุณคิดผิดเสียเต็มประดาแล้วล่ะที่จะซื้อ E63 ในทางตรงกันข้าม ถ้าคุณต้องส่งอีเมล์ เอสเอ็มเอส เปิดไฟล์งานเอกสาร หรือแม้แต่เบราซ์อินเทอร์เน็ต คุณคิดถูกแล้วที่จะเลือกรุ่นนี้มาเป็นเพื่อนคู่ใจ เพราะมันจะตรงกับความต้องการมากที่สุด ในข้อแม้ว่าไม่ต้องผลาญงบในกระเป๋าเยอะซะด้วยสิ
ข้อดี
- มีคีย์บอร์ดเควอร์ตี้ที่พิมพ์ได้สะดวกกว่าเก่า
- โปรแกรมอย่างควิกออฟฟิศรองรับการสร้างและแก้ไขเอกสารด้วย
- แบตอึดทนนาน 1,500 มิลลิแอมป์
- ไวไฟยังไม่ไปไหน จะโทรผ่านวีโอไอพีก็ย่อมได้
- ทำงานเร็วใช้ได้ด้วยซีพียู 369 เมกะเฮิร์ตซ์
- มีสมาร์ทเสิร์ชแบบของอีซีรี่ยส์โดยเฉพาะ
- ล็อคเครื่องจากระยะไกล ป้องกันข้อมูลรั่วไหล
- จอใหญ่ในแนวนอน มุมมองกว้างขึ้นเยอะ
ข้อเสีย
- กล้องคุณภาพไม่ดีเอาซะเลย
- ภาครับจีพีเอสโดนตัดออกไป
- ในกล่องไม่มีแถมสายยูเอสบีมาให้ด้วยแน่ะ
- คีย์ไทยยังเรียงได้สับสน (ข้อจำกัดทางกายภาพมาแต่แรกแล้วแหละ)


