พรีวิวมือถือ Nokia 6720 classic - โนเกีย 6720 classic
สัดส่วนภายนอก
โทรศัพท์
รุ่นนี้จะว่าไปก็มีรูปทรงที่แปลกดีนะ คือมันเหมือนจะโค้งนิดนึงตรงส่วนปลาย
นั่นก็เพราะว่าปุ่มกดกับฝาหลังเอียงกับเข้ากับใบหน้า
แต่อันที่จริงมันก็ไม่ได้มีผลต่อการใช้งานหรอก
เสียงจากปากยังวิ่งเข้าไมโครโฟนได้พอๆ กับโทรศัพท์ทรงแท่งอิฐ
ไม่เชื่อซื้อมาลองดูสิ
ด้านหน้า:
ปุ่มกดบนแผงมีการเบียดเสียดกันอยู่บ้าง
แถมปุ่มแถวล่างสุดไม่มีพื้นที่เหลือไว้ใต้เครื่องเลย
เวลากดเลยไม่ง่ายซะทีเดียว นอกนั้นไม่มีอะไรเป็นพิเศษ
ยกเว้นเลนส์กล้องที่ใช้ถ่ายภาพตัวเองได้
และเซ็นเซอร์วัดแสงเพื่อปรับความสว่างหน้าจอและเปิดปิดแบ็คไลท์ใต้คีย์แพะ
เอ้ย คีย์แพด
ด้านซ้าย:
มีลำโพงอยู่ตัวนึงที่ส่วนบน
และส่วนล่างเป็นพอร์ตไมโครยูเอสบีกับช่องใส่เมมโมรี่ การ์ด
ทั้งคู่ปิดไว้ด้วยฝาอันเดียวกัน ถ้าขาดไปล่ะหมดสวยเลย
แต่เราคงไม่ได้ไปแกะมันบ่อยๆ หรอกมั้ง
ด้าน
ขวา: มีลำโพงอีกตัวในตำแหน่งเดียวกับด้านซ้าย นั่นหมายความว่า 6720
classic มีลำโพงแบบสเตอริโอ
นอกนั้นยังมีปุ่มปรับเสียงขนาดใหญ่และชัตเตอร์อันเบ้อเริ่มวางตัวอยู่คนละ
ฟากฝั่งกัน
ด้านล่าง: ทิ้งไว้อีกนิดด้วยรูเสียบชาร์จเจอร์กับแจ็ค 3.5 ม.ม.
ด้านหลัง: เลนส์กล้อง แฟลช และไมโครโฟนอยู่เหนือฝาหลังที่เป็นโลหะ นอกนั้นเรียบร้อยซะไม่มี
ภาพ
รวม: งานประกอบทำออกมาได้ดี ส่วนฝาหลังโลหะนั้นไม่มีผลต่อภาพรวมเท่าไหร่
ตัวเครื่องที่เอียงเล็กน้อยทำให้เราจับถือได้ไม่ค่อยถนัดมือ
ทั้งที่จริงแล้วมันควรเป็นไปในทางตรงกันข้าม แต่ไม่รู้สิ
มันเหมือนจะลื่นไหลอยู่ตลอดเวลา หรือมือเราไม่เข้ากับโทรศัพท์อันนี้นะ ?
ชำแหละเครื่องใน
เป็น
หนึ่งในโทรศัพท์ซิมเบียนชุดใหม่ที่โนเกียใส่ซีพียูระดับ 600
เมกะเฮิร์ตซ์เข้าไปให้ แน่นอนว่าต้องเร็วขึ้นไม่ทางใดก็ทางหนึ่งแหละ
เพียงแต่เรายังไม่ได้ทำเบนช์มาร์คขึ้นมาเป็นตัวเลข
ส่วนระบบปฏิบัติการซิมเบียนก็เป็นตัวใหม่ เวอร์ชั่นล่าสุด ยิ่งไปกว่านั้น
ไอคอนบนหน้าหลักมีการจัดเรียงไว้อย่างเป็นหมวดหมู่มากขึ้น
ไม่ใช่แค่หน้าหลักก็เห็นไอคอนเต็มไปหมด แบบนั้นไม่น่าใช้เลย
ถ้า
เป็นโทรศัพท์ธรรมดา เราว่าจอ 2.2 นิ้วน่าจะพอใช้งานได้ในระดับที่ดี
แต่นี่เป็นสมาร์ทโฟน ความคาดหวังในเรื่องจอขนาดใหญ่คงมีมากกว่า
เพราะไหนจะต้องอ่านไฟล์เอกสาร ใช้งานเบราเซอร์ ดูคลิปวิดีโอ บลาๆๆ
อย่างไรก็ตาม
จออันนี้หมุนได้โดยอัตโนมัติด้วยเซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว
ทั้งยังใช้ในการสั่งปิดเสียงเตือนด้วยการพลิกเครื่องอีกต่างหาก
ถือเป็นฟังก์ชั่นมาตรฐานของโนเกียรุ่นที่มีเซ็นเซอร์ฯ ไปซะแล้ว
อัน
ที่จริง 6720 classic มีต้นตระกูลเป็น 6220 classic
ซึ่งมีหน้าตาละม้ายคล้ายกัน
แต่สำหรับเรื่องกล้องดูเหมือนว่าจะโนเกียจะลืมใส่แฟลชแบบซีน่อนมาให้
ส่วนความละเอียดนั้นหย่อนลงไม่ได้อยู่แล้ว ในขณะเดียวกัน
กล้องวิดีโอมีความละเอียดสูงถึงวีจีเอ ดูในทีวีจอตู้แบบเดิมได้สวยๆ เลยล่ะ
ภาครับ
จีพีเอสดูเหมือนจะแพร่กระจายเข้าไปยังมือถือระดับกึ่งกลางกึ่งสูงแทบทุกรุ่น
เรียกว่ามีหมื่นนึงก็ได้ระบบนำทางในโทรศัพท์มาใช้แล้ว แน่นอนว่า 6720
classic มีโนเกีย แม็ปส์มาให้
หรือใครต้องการทางเลือกอื่นก็ยังหันไปใช้การ์มิน โมบาย
เอ็กซ์ทีคู่กับแผนที่ของอีเอสอาร์ไอได้เหมือนเดิม
ระบบ
ตัดเสียงรบกวนของโนเกียที่ใช้ไมโครโฟนสองตัวถือว่าทำได้ดีมาก
บางรุ่นเวลาอยู่ในรถไฟฟ้าแล้วมีเสียงอื้ออึงของคนคุยกัน หรือเสียงปี๊บๆๆ
เตือนประตูปิด ปลายทางแทบจะสบถออกมาใส่มารดาของเรา
คาดว่าจะมีรุ่นที่รองรับคุณสมบัติดังกล่าวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคตครับ
กูรูฟันธง
ใน
ส่วนของความเป็นโทรศัพท์ เราไม่สงสัยถึงความสามารถของ 6720 classic
เลยแม้แต่น้อย ไล่มาตั้งแต่การใช้ฟอร์ม
แฟคเตอร์แบบแท่งที่เป็นมาตรฐานที่สุด การมีปุ่มกดขนาดใหญ่
ระบบตัดเสียงรบกวนเพื่อให้การสนทนาราบรื่น
รวมไปถึงซิมเบียนโอเอสที่ได้รับความไว้วางใจว่าเป็นระบบปฏิบัติการที่
“เป็นโทรศัพท์” มากที่สุด
แม้จะขาดตกคุณสมบัติสำคัญของสมาร์ทโฟนอย่างไวไฟและจอขนาดใหญ่ไปบ้าง
แต่มันก็ยังน่าใช้ไม่แพ้รุ่นใดอยู่ดี
เพราะด้วยความหลากหลายในการใช้งานของมันนี่แหละครับ
ข้อดี
- ลำโพงสเตอริโอให้เสียงที่ใสและดัง
- ใช้ซีพียูตัวใหม่ 600 เมกะเฮิร์ตซ์
- กล้องภาพนิ่ง 5 เมกะพิกเซล วิดีโอวีจีเอ 15 เฟรมต่อวินาที
- มีทั้งจีพีเอสและทีวี-เอาท์ ต่อกับจอในรถเพื่อนำทางได้สบาย
- มีเซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว
- ระบบตัดเสียงรบกวนด้วยไมโครโฟนสองตัว (Active Noise Cancellation)
- รองรับแจ็ค 3.5 ม.ม. ซะด้วย
- ฝาหลังเป็นโลหะ สวยขึ้นมาอีกนิดน่า
ข้อเสีย
- จอเล็กไปหน่อย
- แฟลชไม่ได้เป็นซีนอนเหมือนรุ่นเก่าแล้ว
- ขาดไวไฟไป