รีวิวมือถือ Nokia 6700 classic - โนเกีย 6700 classic
งานประกอบเยี่ยม วัสดุชั้นยอด กล้องคมชัด ต้องยกให้รุ่นนี้
Physical Overview
จอแสดงผลแบบ TFT ความละเอียดมาตรฐานที่ 240 x 320 พิกเซล แสดงผลได้ 16.7 ล้านสี ให้สีสันสวยงาม แต่อาจจะดูสว่างน้อยไปหน่อย รูปแบบหน้าจอสามารถปรับเปลี่ยนได้ตาม Theme ที่ตั้งไว้ และยังดาวน์โหลดเพิ่มเติมได้ ส่วนเมนูหลักก็ปรับเปลี่ยนเป็นแบบตาราง หรือรายการได้ และยังสลับตำแหน่งไอคอนตามความถนัดได้ด้วย
แผงปุ่มกดที่แบนราบติดกับตัวเครื่อง แต่ยังดีที่แต่ละปุ่มไม่ได้เบียดชิดติดกันจนเกินไป จึงกดใช้งานได้อย่างไม่มีปัญหา แผงปุ่มกดนี้มีไฟส่องสว่างเป็นสีขาว
ด้านข้างซ้ายมีปุ่มปรับระดับเสียงสนทนาอยู่ที่ส่วนบนของตัวเครื่อง ใช้ปรับระดับเสียงในโหมดต่างๆ หากกดค้างเอาไว้ที่หน้าจอสแตนด์บายก็จะเปิดใช้งานคำสั่งเสียง
ถัดลงมาด้านล่างมีปุ่มลัดเข้าสู่กล้องดิจิตอล และยังใช้เป็นปุ่มชัตเตอร์แบบ 2 จังหวะสำหรับถ่ายภาพในระบบออโต้โฟกัส
ด้านล่างมีช่องเสียบสายดาต้าลิงค์แบบ micro USB ซึ่งใช้เป็นช่องเสียบสายชาร์จแบตเตอรี่ได้ ถัดไปทางด้านขวาเป็นช่องเสียบสายชาร์จแบตเตอรี่เช่นกัน แต่เป็นสายชาร์จแบบรูเข็มที่ Nokia ใช้มาหลายปี
เลนส์รับภาพกล้องดิจิตอลอยู่ที่ด้านหลังของตัวเครื่อง มีไฟช่วยส่องสว่างแบบ LED สีขาว และลำโพงเสียงเรียกเข้าอยู่ใกล้ๆ กัน
ช่องเสียบการ์ดหน่วยความจำแบบ microSD อยู่ใต้ฝาครอบแบตเตอรี่ ซึ่งฝาครอบแบตเตอรี่ใช้วัสดุเป็นสแตนเลส-สตีล มีน้ำหนักค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับฝาครอบแบตเตอรี่แบบพลาสติก จึงทำให้ตัวเครื่องค่อนข้างหนัก แต่ก็น่าจะถูกใจผู้ใช้หลายๆ คนที่ชอบมือถือที่ทำจากโลหะ
The Sleek Stainless Steel
ต้องยอมรับว่าแรกจับ Nokia 6700 classic รู้สึกถึงน้ำหนักอันหนักอึ้ง แต่ก็ให้ความรู้สึกมั่นคงในการจับใช้งาน ตัวเครื่องเกือบทั้งหมดใช้วัสดุสแตนเลส-สตีล เมื่อถอดฝาหลังออกมาพบว่าเป็นโลหะทั้งแผ่น แค่ฝาหลังชิ้นเดียวก็มีน้ำหนักพอสมควรแล้ว สำหรับงานประกอบก็ถือว่าทำได้แน่นสนิทน่าประทับใจ ตัวเครื่องยังมีให้เลือก 3 สี ทั้งสี Black (สีดำทั้งตัวเครื่อง), Matt steel (สีดำ+สีเงิน) และ Chrome (สีน้ำตาล) ในแพ็คเก็จยังมีซองหนังสำหรับใส่ป้องกันตัวเครื่องเป็นรอยอีกด้วย
5 MP Auto Focus Digital Camera
ฟังก์ชั่นในด้านการถ่ายภาพก็มีกล้องดิจิตอลความละเอียดสูงถึง 5 ล้านพิกเซล มีระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติพร้อมไฟช่วยส่องสว่างแบบ LED สีขาวที่ให้กำลังส่องสว่างเกินตัว และยังใช้เป็นไฟช่วยโฟกัสภาพที่จะติดอัตโนมัติเมื่อมีแสงสว่างไม่เพียงพอ การเริ่มถ่ายภาพอย่างรวดเร็วก็ทำได้โดยกดปุ่มชัตเตอร์ที่อยู่ด้านข้างขวาค้างเอาไว้ จะถ่ายภาพก็กดปุ่มชัตเตอร์ลงไปครึ่งหนึ่งเพื่อให้กล้องโฟกัสภาพ และกดย้ำลงไปอีกครั้งเพื่อบันทึกภาพ สำหรับลูกเล่นการถ่ายภาพก็มีให้เลือกถ่ายที่ความละเอียดสูงสุด 2592 x 1944 พิกเซล เลือกเปิดไฟช่วยส่องสว่างอัตโนมัติเมื่ออยู่ในที่มืด มีเอฟเฟ็คท์ให้เลือก 3 แบบ มีระบบปรับ White balance อัตโนมัติ ส่วนการถ่ายคลิปวิดีโอก็เลือกถ่ายความละเอียดสูงสุดถึง 640 x 480 พิกเซล เลือกถ่ายได้นานจนกว่าหน่วยความจำจะเต็ม
A-GPS & Nokia Maps Navigator
ดูไม่น่าเชื่อว่าเครื่องเล็กๆ แบบนี้จะมีภาครับสัญญาณดาวเทียม GPS พร้อมฟังก์ชั่น A-GPS ที่จะช่วยให้ตัวเครื่องหาสัญญาณดาวเทียมได้เร็วขึ้นโดยใช้ร่วมกับโปรแกรม Nokia maps ที่มีมาให้ในเครื่อง หากดาวน์โหลดแผนที่เก็บไว้ในหน่วยความจำเครื่องไว้แล้วก็ไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลดจากอินเตอร์เน็ต แต่หากนำไปใช้งานในประเทศที่ไม่ได้ดาวน์โหลดภาพแผนที่เอาไว้ โปรแกรมจะทำการดาวน์โหลดมาให้โดยอัตโนมัติ ซึ่งสามารถนำไปใช้งานได้ทั่วโลก ตัวโปรแกรมมีระบบนำทางที่ให้ทดลองใช้งานได้ 30 วัน หากเกินกว่านั้นก็จะต้องเสียค่าลิขสิทธิ์ในการใช้งาน ส่วนโปรแกรมระบบนำทางอื่นๆ ไม่สามารถนำมาติดตั้งเพิ่มเติมได้ เพราะตัวเครื่องไม่รองรับ
Music Player & FM Radio
ถึงแม้จะไม่มีช่องเสียบชุดหูฟังขนาด 3.5 มม. มาให้ แต่ก็ยังฟังเพลงได้จากชุดหูฟังที่จัดมาในแพ็คเก็จ หรือจะฟังเพลงแบบไร้สายผ่านชุดหูฟังบลูทูธแบบสเตอริโอก็ได้เช่นกัน มีโหมดการเล่นเพลงแบบเล่นวนซ้ำ และเล่นสุ่มลำดับจากรายการเพลงทั้งหมด เลือกปรับโทนเสียงได้หลายแบบ ไม่ว่าจะเป็น Pop, Rock, Jazz, Classic หรือจะเลือกปรับแต่งโทนเสียงเองจากอีควอไลเซอร์ 5 แบนด์ ส่วนวิทยุ FM ที่ยังคงต้องอาศัยชุดหูฟังเป็นเสาอากาศรับสัญญาณ มีระบบค้นหาคลื่นอัตโนมัติ
Social Network Community
ในเมนู Applications ยังมีโปรแกรมสำหรับใช้งานระบบสังคมเน็ตเวิร์คมาให้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Facebook, MySpace, Share on Ovi, Flickr และยังดูคลิปวิดีโอจาก YouTube ได้โดยตรงจากในเมนูนี้
Connectivity
ระบบการเชื่อมต่อของ Nokia 6700 classic ก็มีมาให้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นการรับส่งข้อมูลไร้สายในระยะใกล้ผ่านบลูทูธ เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตในระบบ GSM ผ่าน GPRS หรือ EDGE และ 3.5G บนเครือข่าย WCDMA เป็นที่น่าสังเกตว่าตัวเครื่องใช้งานบนระบบ 3.5G ได้แต่ไม่มีกล้องตัวที่ 2 สำหรับใช้งาน Video call มาให้ ส่วนการใช้ตัวเครื่องเป็นโมเด็มเพื่อใช้งานอินเตอร์เน็ตบนคอมพิวเตอร์ก็ทำได้ทั้งจากสายดาต้าลิงค์แบบ micro USB และแบบไร้สายผ่านบลูทูธ
Final Opinion & Conclusion
แรกเห็นจากเวบไซต์ Nokia ก็น่าจะเป็นมือถือธรรมดาตามสไตล์ของค่ายนี้ แต่เมื่อลองจับเครื่องจริงๆ จะรู้สึกถึงความมั่นคงด้วยวัสดุที่ทำจากสแตนเลส-สตีล จับได้ถนัดมือ งานประกอบเครื่องต้องยกนิ้วให้ สำหรับฟังก์ชั่นการใช้งานก็ถือว่ามีมาให้อย่างครบครัน โดยเฉพาะกล้องดิจิตอล 5 ล้านพิกเซลที่น่าจะถูกใจคนชอบถ่ายภาพ รวมไปถึงการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตความเร็วสูง หากชอบมือถือที่ใช้วัสดุชั้นดี Nokia 6700 classic รุ่นนี้ห้ามพลาดเลยทีเดียว
Strength
- วัสดุทำจากสแตนเลส-สตีล งานประกอบทำได้เยี่ยม
- กล้องดิจิตอล 5 ล้านพิกเซล ออโต้โฟกัส
- เครื่องเล่นเพลง และวิทยุ FM แบบสเตอริโอ
- เชื่อมต่อไร้สายผ่านบลูทูธ (A2DP)
-เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตความเร็วสูงบนเครือข่าย WCDMA
- ภาครับสัญญาณดาวเทียม GPS พร้อมนำทางด้วย Nokia maps
Weakness
- ไม่มีกล้องตัวที่ 2 สำหรับ Video call
- ระบบนำทางใช้ได้แค่ 30 วัน หลังจากนี้ต้องซื้อ


