พรีวิวมือถือ Nokia 5800 XpressMusic - โนเกีย 5800 XpressMusic
สัดส่วนภายนอก
ไม่ รู้วันที่วางแผง 5800 XpressMusic จะมีขายตามศูนย์หรือยัง เพราะทางโนเกียได้ส่งเครื่องทดสอบออกมาให้เราเล่นสักระยะหนึ่งแล้ว คาดว่าคงเป็นเวลาอันสมควรแล้วล่ะ กระผมขอเปิดงาน เย้ย....ออกนอกเรื่องไปซะได้ เรามาดูดีกว่าว่ามือถือรุ่นที่ผู้คนมากมายเฝ้ารอกันนักหนามันจะดีจริงไหม
จอที่มีลักษณะยาวเป็นอัตราส่วน 16:9 บีบให้ตัวเครื่องยาวตามไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่วนไอ้ที่บีบได้ดันไม่บีบ 5800 มีความหนาถึง 15.5 มิลลิเมตร ทั้งที่น่าจะบางได้มากกว่านี้ พอเอาไปเทียบกับไอโฟนและไดมอนด์จะเห็นความต่างอยู่พอสมควร แต่ถ้าคุณถนัดพกมือถือจำพวก N73 หรือ N78 มาก่อนคงไม่รู้สึกอะไร ด้านหน้าของเอ็กซ์เพรสมิวสิคมีส่วนประกอบมากมาย อย่าเห็นว่าเป็นจออันใหญ่ 3.2 นิ้วเท่านั้น ส่วนที่เบสิคที่สุดคือปุ่มกดด้านล่าง ซึ่งมีทั้งปุ่มรับ-วางสายและปุ่มเมนู เหนือจอขึ้นไปเป็นเลนส์กล้อง ปุ่มมีเดียบาร์แบบสัมผัส เซ็นเซอร์ปรับแสงแบ็คไลท์ และเซ็นเซอร์ตรวจจับระยะห่างแบบเดียวกับที่ใช้ในไอโฟน พอเอาหน้าอุ่นๆ ของคุณมาแนบขณะสนทนา จอจะดับลงเพื่อประหยัดแบตเตอรี่ไปได้นิดหน่อย รอบเครื่องมีทั้งช่องเสียบไมโครเอสดีและซิมการ์ดที่ปิดไว้ด้วยฝาอันเล็ก ตอนใส่ซิมการ์ดก็ง่ายอยู่หรอก เพราะไม่ต้องแกะแบตเตอรี่ แต่ตอนถอดนี่ดิ มันไม่มีระบบสปริงเหมือนสล็อตของไมโครเอสดี ทำให้ต้องถอดแบตออกก่อน แล้วเอาปากกาสไตลัสแยงให้มันเลื่อนออกมา คิดซะว่ามันก็เหมือนรุ่นอื่นละกัน นอกจากนี้ ในฝั่งซ้ายนี้เรายังพบลำโพงแบบสเตอริโอได้ที่ด้านบนและด้านล่ง แยกกันอย่างชัดเจน
ยังไม่หมดเท่านั้น บนเนื้อตัวของมันยังมีปุ่มล็อคเครื่อง ปุ่มปรับเสียง ชัตเตอร์สองจังหวะ รูเสียบปากกาสไตลัสพลาสติกโงนเงน พอร์ตเสียบสาย รูเสียบแจ็คหูฟัง 3.5 ม.ม. รูเสียบสายชาร์จ และปุ่มเปิดปิดเครื่อง โดยที่ด้านหลังมีกล้องและแฟลชสองดวงวางอยู่เท่านั้น
ชำแหละเครื่องใน
ถ้า บอกว่านี่คือมือถือทัชสกรีนของโนเกียที่โด่งดังที่สุดก็น่าจะพูดได้ เพราะก่อนหน้านี้กับ 6708 และ 7710 ถือว่าดับสนิท ยิ่ง 5800 ได้นำเอาระบบสัมผัสหน้าจอมาใช้กับซิมเบียน 9.4 เอส 60 ด้วย คาดว่าปวงชนชาวไทยทั้งหลายจะแห่กันไปซื้อในราคาที่เห็นว่ากันว่าไม่ถึงหมื่น ห้า จะเห็นได้ว่าไอคอนต่างๆ เปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ เราไม่เคยเห็นไอคอนแบบนี้ก็จริง แต่การจัดเรียงเมนูยังเหมือนเอส 60 ที่เคยใช้มา และเนื่องด้วยว่าปุ่มควบคุมทิศทางหายไปหมด ผู้ใช้จึงต้องสั่งงานผ่านหน้าจอสัมผัสเพียงอย่างเดียว บางคนอยากรู้ว่ามันทำงานได้เร็วไหม ขอตอบไว้ตรงนี้เลยว่าเร็วครับ ทีแรกนึกว่ามันจะอืดหรือหน่วงด้วยซ้ำไป คาดว่าโนเกียคงทำการบ้านมาเป็นอย่างดีแล้ว เซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวของ 5800 ทำงานได้เหมือนกับรุ่นก่อนๆ ที่เคยเห็น ทั้งหมุนจอในหน้าเมนูหลัก ใช้เล่นเกม และดับเสียงเตือนด้วยการพลิกเครื่อง คาดว่าเมื่อมีแอพพลิเคชั่นใหม่เพิ่มเติมขึ้นมา คงจะใช้ทำอะไรได้มากกว่านี้ เพราะยังไงเสีย โอเอสนี้ก็ยังมีนักพัฒนาจำนวนไม่น้อยให้การสนับสนุนอยู่นา โนเกียรุ่นนี้เป็นรุ่นที่มีระบบการป้อนข้อมูลดีและหลากหลายมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นอังกฤษหรือไทย คุณก็ยังขีดเขียนเป็นลายมือหรือจิ้มเวอร์ช่วล คีย์บอร์ดได้ ถ้าถนัดใช้นิ้วก็เปิดคีย์บอร์ดอันใหญ่ หรือถ้าถูกใจปากกาสไตลัสก็เลือกคีย์บอร์ดอันเล็ก อย่างไรก็ตาม ระบบสะกดคำยังอยู่ยั้งยืนยง มิได้หายไปไหนหรอกนะ ในส่วนของการเล่นเพลง 5800 คงไม่มีอะไรต้องพิสูจน์อีก เนื่องจากเป็นซีรี่ยส์ที่เกิดมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ถ้าอยากดูคุณสมบัติโดยรวมก็ลองเปิดที่หน้าสเป็กได้ ส่วนฟังก์ชั่นอื่นๆ มีมาให้แบบไม่กั๊กเลยทีเดียว ทั้งกล้องออโต้ โฟกัส กล้องวิดีโอแบบวีจีเอที่ 30 เฟรมต่อวินาที ไวไฟ จีพีเอส ทีวี-เอาท์ แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ การรองรับไมโครเอสดีขนาดใหญ่สุด 16 กิ๊ก พร้อมเทคโนอันทันสมัยมากมายนับไม่ถ้วน
กูรูฟันธง
เรา กล้ายืนยันเลยว่าถ้าค่าตัวของมันเปิดมาประมาณ 13,xxx – 15,000 บาทจริง 5800 XpressMusic จะเป็นรุ่นที่ขายดีที่สุดเมื่อเทียบกับโทรศัพท์ในช่วงราคาเดียวกัน มือถือพวก N79 หรือ N82 ถึงจะมีคุณสมบัติให้ครบถ้วนก็จริง แต่สมัยนี้ทัชสกรีนมันอินเทรนด์กว่าเยอะ ยิ่งได้เอานิ้วจิ้มลากและถูบนหน้าจอให้เขรอะๆ หน่อย นี่แหละทันสมัยสุดแล้ว
ข้อดี
จอแสดงผลขนาดใหญ่ในอัตราส่วน 16:9
ยูสเซอร์ อินเทอร์เฟสใหม่ รองรับการแตะสั่งงานโดยสมบูรณ์
กล้องดิจิตอล 3 เมกะพิกเซล ออโต้ โฟกัส และแฟลช
กล้องวิดีโอวีจีเอ 30 เฟรมต่อวินาที
การเชื่อมต่อมีให้ครบทุกทาง (ไวไฟ ไมโครยูเอสบี จีพีเอส เอดจ์ ทีวี-เอาท์ ฯลฯ)
มีเครื่องเล่นเพลงและวิทยุ รวมทั้งรูเสียบแจ็ค 3.5 ม.ม.
เซ็นเซอร์สุดไฮเทคมากมาย
ใช้ซิมเบียน เอส 60
ข้อเสีย
วัสดุและงานประกอบยังดูไม่ค่อยดี
น่าจะใส่หน่วยความจำในตัวมาให้เยอะหน่อย
ยูสเซอร์ อินเทอร์เฟสเปลี่ยนใหม่ก็จริง แต่น่าจะสวยกว่านี้


