พรีวิวมือถือ Nokia 5000 - โนเกีย 5000
สัดส่วนภายนอก
เห็นขนาดและน้ำหนัก บวกกับหน้าตาคล้ายกันแบบนี้ มันไม่ได้เป็นตัวตายตัวแทนของ 5310 นะครับ สีสันบนตัวเครื่องเดิมทีเป็น เทา-แดง และ เทา-น้ำเงิน ก็เท่แบบทันสมัยดีอยู่หรอก ทว่าของใหม่นี่สิ แปร๋นได้ใจสุดๆ เขียวสะท้อนแสงมาแต่ไกล ส่องกับแดดแทบจะแทงทะลุตากันเลยทีเดียว 2630 เป็นรุ่นนึงในมือถือระดับล่างที่ขายดีโคตรๆ ผมเห็นคนใช้เยอะแยะมากมาย แต่มาถึงตอนนี้แล้ว ผมว่า 5000 ตัวนี้แหละที่กำลังจะมาทดแทน เพราะราคาไม่แพงกว่ากันเท่าไหร่ แถมสเป็กดีกว่าเยอะ ทั้งเรื่องจอ เมมโมรี่ ลำโพง กล้อง ฯลฯ ถ้าใครทำอีแก่ตัวเก่าตกจนจะพังแล้ว คงถึงเวลาจ่ายอีกแล้วล่ะ
ปุ่มกดของ 5000 มีขนาดใหญ่ แม้โนเกียเครื่องนี้จะดูบางและความกว้างจากซ้ายถึงขวาไม่มากเท่าบางรุ่น รอบปุ่ม 5 ทิศจะเห็นว่าเป็นพลาสติกเส้นสีฟ้าล้อมอยู่ เวลาแบ็คไลท์ติดขึ้นมาในที่มืดก็ดูสวยงามดี ปุ่มดอกจันเป็นปุ่มลัดเพื่อเข้าสู่วิทยุเอฟเอ็มได้ เพียงกดค้างไว้ครู่เดียว และอย่าลืมเสียบหูฟังเท่านั้น ส่วนประกอบรอบเครื่องไม่มีให้เห็นมากนักตามแบบฉบับของมือถือระดับนี้ แม้แต่พอร์ตสำหรับเสียบสายนานาชนิดยังปรับไปใช้แบบเดียวกับ 2630 เลย อย่าหวังมินิยูเอสบีซะให้ยาก ด้วยเหตุนี้เราจึงต้องใช้หูฟัง 2.5 ม.ม. กับสายดาต้าแบบพิเศษเพื่อโอนข้อมูล แต่ก็สายชาร์จยังเป็นหัวไม้จิ้มฟันเหมือนเดิม
สมัยนี้มือถือแทบจะมีรูร้อยสายด้วยกันทุกรุ่น 5000 ก็ไม่พลาดตรงจุดนี้ ซึ่งตำแหน่งของมันคือบนหัวเครื่อง ด้านขวายังมีชัตเตอร์นูนออกมาให้ผู้ใช้ถ่ายภาพได้สะดวก ขณะที่ด้านหลังคือพื้นที่ของฝาครอบแบตเตอรี่ที่เลื่อนออกจากตัวเครื่องได้ ไม่ยาก เลนส์กล้อง และกระจกส่องถ่ายตัวเอง
ชำแหละเครื่องใน
จอแสดง ผลเป็นสิ่งดึงดูดสายตาได้มากที่สุด เพราะขยับความละเอียดขึ้นมาเป็น 240 x 320 พิกเซล เทียบเท่ารุ่นราคา 40,000 บาท อย่าง 8800 Arte เพียงแต่เป็นจอคนละประเภทและสีสันน้อยกว่าเท่านั้น ถือเป็นการปฏิวัติวงการโทรศัพท์ราคาถูก ทำให้ยี่ห้ออื่นต้องปฏิบัติตาม และทำการปรับปรุงมือถือของตัวเองอย่างเร่งด่วน มิฉะนั้นจะต้องดมก้นโนเกียต่อไปแน่ๆ ผมกล้ารับรอง กล้องดิจิตอลความละเอียด 3 แสนควรจะหมดไปจากตลาดได้แล้ว หรือไม่ก็จับไปทำมือถือราคาต่ำกว่า 2 พันบาทให้หมด อย่าง 5000 นี่ยังใส่กล้อง 1.3 ล้านพิกเซลมาให้เลย แถมถ่ายวิดีโอคลิปสั้นๆ เป็นไฟล์ 3 จีพี แล้วนำมาทำเป็นสกรีนเซฟเวอร์แบบเคลื่อนไหวได้อีกด้วย สนุกกันอีกแล้วล่ะสิ
วิทยุเอฟเอ็มไม่ใช่ของกระจอกงอกง่อยที่ใส่มาให้พอเป็นพิธี มือถือสีเขียวสะท้อนแสงน่าจะเป็นโทรศัพท์ตัวแรกของโนเกียที่อัดเสียงจาก วิทยุได้ ไอ้เราก็มีหน้าที่เลือกไปว่าต้องการอัดให้ชัดเจนแค่ไหน จะเป็นไฟล์เวฟหรือเอเอ็มอาร์ก็เลือกให้ถูกประเภท เสียอย่างเดียวคือ มันดันเพิ่มเมมโมรี่ไม่ได้ ซ้ำมีในตัวเครื่องแค่ 12 เมกะไบต์ จะบันทึกไว้ยาวๆ คงไม่ไหว ต้องโอนไฟล์ออกจากเครื่องบ้างเพื่อบริหารหน่วยความจำให้ดี เครื่องเล่นเพลงถือว่าทำออกมาได้ดีพอตัว คืออ่านไอดีแท็กจากเพลงออกมา พร้อมแสดงภาพอัลบั้มได้เสร็จสรรพ แต่ระบบจัดการยังทำได้ไม่ดีเหมือนรุ่นที่แพงกว่า เพราะแยกเพลงตามแท็กนั้นๆ ไม่ได้ แต่จะว่าไป ถึงแยกได้ก็ไม่มีประโยชน์ เพราะเมมโมรี่เท่านี้จะใส่เพลงได้เยอะแค่ไหนกันเชียว
เบราเซอร์ของ 5000 เป็นโอเปร่ามินิเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด ใช้งานร่วมกับเอดจ์ได้อย่างยอดเยี่ยม แสดงผลได้สุดยอดเพราะมีจอคิววีจีเอ บลูทูธไม่ได้หายไปไหน และยังมีออแกไนเซอร์เหมือนรุ่นใหญ่ มีจาวาแอพพลิเคชั่นที่สามารถตัดริงโทนได้ ตลอดจนเครื่องบันทึกเสียง 1 ชั่วโมงเต็ม เห็นฟังก์ชั่นทั้งหมดของโนเกียรุ่นนี้แล้วต้องบอกว่าไม่ธรรมดาเลยใช่ไหมครับ
กูรูฟันธง
มือถือราคา 4,000 บาทตัวนี้มีความสามารถเยอะแบบเหลือเชื่อ ผมเคยเตือนมือถือโออีเอ็มหลายครั้งแล้วว่าให้เพลาๆ เรื่องราคาลงมาบ้าง ไม่อย่างนั้นจะโดนอินเตอร์แบรนด์รุ่นล่างกระทืบตายหมด มาถึงวันนี้พอได้เห็นโนเกีย 5000 ก็ยังคงยืนยันคำเดิมครับ ทั้งกล้อง 1.3 ล้าน เอดจ์ วิทยุเอฟเอ็มแบบอัดเสียงได้ จอคิววีจีเอ การรองรับจาวา บลูทูธ ฯลฯ ล้วนแล้วแต่ทำให้มันดูคุ้มค่าคุ้มราคาขึ้นมาอีกเยอะเลย
ข้อดี
จอแสดงผลทีเอฟที ความละเอียด 240 x 320 พิกเซล
การเชื่อมต่อด้วยบลูทูธและเอดจ์
วิทยุเอฟเอ็มที่อัดเสียงได้
ทำงานกับเบราเซอร์อย่างโอเปร่า 4 ได้ดีเยี่ยม
กล้องดิจิตอล 1.3 เมกะพิกเซล พร้อมการถ่ายวิดีโอคลิป
มีตัวนับเวลาขณะใช้สายแล้ว
รองรับจาวาแอพพลิเคชั่น
ข้อเสีย
เมมโมรี่น้อยไปนิดนึงสำหรับการอัดเพลงจากวิทยุ
ไม่มีไฟลท์โหมด
แบตเตอรี่ความจุแค่ 700 มิลลิแอมป์
ใช้พอร์ตสำหรับสายดาต้าแบบรุ่นเล็ก



