รีวิวมือถือ Nokia 3120 classic - โนเกีย 3120 classic
Physical Overview
จอแสดงผลของ Nokia 3120 classic ทำออกมาได้ดีพอๆ กับซีรียส์สูงๆ ของค่ายนี้เลยทีเดียว สีสันที่แสดงได้ถึง 16.7 ล้านสีก็ทำได้สวยงาม หน้าจอแสดงผลเลือกปรับเปลี่ยนรูปแบบได้ด้วย Theme ที่มีให้ดาวน์โหลดเพิ่มเติมได้อย่างไม่จำกัด รูปแบบเมนูเลือกได้ทั้งแบบรายการ แบบตาราง หรือแบบแท็บ และยังจัดเลือกจัดเรียงไอคอนใหม่ทั้งหมดได้
แผงปุ่มกดแต่ละปุ่มมีขนาดค่อนข้างใหญ่ ใช้งานได้สะดวก และมีไฟส่องสว่างเป็นสีขาว
เหนือจอแสดงผลมีเลนส์ัรับภาพกล้องดิจิตอลตัวที่ 2 ใช้สำหรับสนทนาแบบ Video call บนเครือข่าย WCDMA เท่านั้น ไม่สามารถใช้ถ่ายภาพได้
ด้านข้างซ้ายมีช่องเสียบการ์ดหน่วยความจำแบบ microSD โดยจะต้องถอดฝาครอบแบตเตอรี่ออกก่อนจึงจะเห็นช่องเสียบ การถอดเปลี่ยนจำเป็นต้องปิดเครื่องก่อนทุกครั้ง
ด้านข้างขวามีปุ่มปรับระดับเสียงสนทนา และปรับระดับเสียงในโหมดต่างๆ หรือหากอยู่ในโหมดสแตนด์บายกดปุ่มเพิ่มระดับเสียงค้างไว้จะเรียกใช้งาน Push to Talk ส่วนปุ่มปรับลดระดับเสียงหากกดค้างเอาไว้จะเรียกใช้งานคำสั่งเสียง และโทรออกด้วยเสียง
ปุ่มปิดเครื่องอยู่ที่ด้านบนของตัวเครื่องโดยการกดปุ่มค้าง หากกดลงไป 1 ครั้งจะเลือกปรับเปลี่ยนโปรไฟล์อย่างรวดเร็ว
ด้านล่างไล่จากด้านขวามีรูเล็กๆ เป็นไมโครโฟน ถัดมาเป็นช่องเสียบสายชาร์จแบตเตอรี่ ถัดมาเป็นช่องเสียบชุดหูฟังแบบสเตอริโอขนาด 2.5 มม. และสุดท้ายกับช่องเสียบสายดาต้าลิงค์แบบ micro USB มีฝาปิดพร้อมสัญลักษณ์รูป USB
ด้านหลังมีเลนส์รับภาพกล้องดิจิตอล 2 ล้านพิกเซล โดยมีไฟช่วยส่องสว่างแบบ LED สีขาวอยู่ข้างๆ กัน ส่วนลำโพงเสียงเรียกเข้าอยู่ถัดขึ้นไป ให้เสียงดังดีพอสมควร
3G Hi-Speed For All
ก่อน หน้านี้โทรศัพท์มือถือรองรับการใช้งานแบบ Dual mode หรือทั้งในระบบ GSM และ WCDMA จะอยู่ในเครื่องซีรียส์สูงๆ อย่าง NSeries แต่มาถึงวันนี้ เครื่องในราคาระดับกลางก็สามารถใช้งานระบบ 3G ได้แล้ว สำหรับ Nokia 3120 classic ก็เลือกใช้งานได้ทั้งในระบบ GSM และ WCDMA หรือจะตั้งค่าให้เครื่องเลือกให้โดยอัตโนมัติ และหากอยู่ในเครื่อข่าย WCDMA ที่รองรับการใช้งานอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง และ Video call ก็เปิดใช้งานได้ทันที เพราะตัวเครื่องรองรับการใช้งานอยู่แล้ว แต่หากจะใช้งานในบ้านเราคงต้องรออีกสักพัก เพราะผู้ให้บริการยังรอทดสอบสัญญาณกันอยู่ ซึ่งในอนาคตอาจจะได้ใช้งานกันอย่างเต็มรูปแบบเสียที ส่วนการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตที่ใช้งานได้ทันทีก็รองรับทั้ง GPRS และ EDGE ความเร็วสูง นอกจากนี้การเชื่อมต่อไร้สายก็รองรับทั้งชุดหูฟังบลูทูธ และรับส่งข้อมูลแบบไร้สายผ่านบลูทูธก็ได้เช่นกัน
2 Mega Pixels Digital Camera
ในด้านการถ่ายภาพแล้ว Nokia 3120 classic ก็ยังมีกล้องดิจิตอลมาให้ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล เลือกถ่ายได้ทั้งภาพนิ่ง หรือคลิปวิดีโอ สำหรับการถ่ายภาพนิ่งนั้นก็มีให้เลือกถ่ายได้ทั้งหน้าจอแบบแนวตั้ง (Portrait) หรือแนวนอน (Landscape) มีโหมดการถ่ายภาพตอนกลางคืนเพื่อเพิ่มความสว่างให้กับภาพ หรืออาจจะใช้ไฟช่วยส่องสว่างแบบ LED ก็ได้เช่นกัน แต่จะให้ความสว่างได้ในระยะประมาณ 1 เมตร เลือกให้เปิดไฟช่วยส่องสว่างแบบอัตโนมัติเมื่อมีแสงสว่างไม่เพียงพอได้ ความละเอียดของภาพที่มีให้เลือกสูงสุดคือ 1600 x 1200 พิกเซล ต่ำสุดที่ 160 x 120 พิกเซล ซึ่งจะใช้พื้นที่หน่วยความจำน้อยมาก เลือกปรับเอฟเฟ็คท์สีได้ 3 แบบ มีระบบปรับ White Balance ให้กับภาพโดยอัตโนมัติ หรือจะเลือกตามสภาพแสงในแบบต่างๆ เช่นแสงแดดจ้า แสงจากหลอดฟลูออเรสเซนต์ เป็นต้น สำหรับการคลิปวิดีโอก็เลือกถ่ายได้นานจนกว่าหน่วยความจำจะเต็มที่ความ ละเอียดถึง 352 x 288 พิกเซล และยังเลือกบันทึกเฉพาะภาพเคลื่อนไหวโดยปิดเสียงไมโครโฟนได้ ส่วนกล้องดิจิตอลด้านหน้าจะใช้งานได้เฉพาะ Video call เท่านั้น จะนำมาใช้ถ่ายภาพไม่ได้เลย
Music Player & FM Radio Receiver
จะว่าไป Nokia 3120 classic ก็มีฟังก์ชั่นในด้านความบันเทิงมาให้ครบครัน ทั้งเครื่องเล่นเพลง MP3 และวิทยุ FM แบบสเตอริโอ มาดูกันก่อนว่าเครื่องเล่นเพลงจะมีลูกเล่นอะไรน่าสนใจบ้าง เมื่อเปิดเมนูเครื่องเล่นเพลงแล้วจะพบกับหน้าตาที่เลือกปรับเปลี่ยนหน้ากาก หรือ Skin ได้ 2 แบบ หากมีภาพปกอัลบั้ม หรือภาพศิลปินแนบมากับไฟล์เพลงด้วย เครื่องเล่นเพลงก็จะแสดงภาพให้ทันที รูปแบบของการเล่นเพลงก็มีให้เลือกแบบสุ่มลำดับ (Shuffle) และเล่นวนซ้ำเมื่อจบรายการเพลง (Repeat) เพิ่มมิติของเสียงให้แยกซ้ายขวาจัดเจนขึ้นด้วยฟังก์ชั่น Stereo Widening เลือกปรับโทนเสียงตามที่เครื่องมีให้ไว้ได้แบบ Pop, Rock, Jazz, Classical หรือจะเลือกปรับตั้งเองตามแบบของตัวเองได้ 2 แบบ โดยปรับจากกราฟิกอีควอไลเซอร์ 5 แบนด์ ช่องเสียบหูฟังแบบสเตอริโอของรุ่นนี้มีมาให้เป็นแบบ 2.5 มม. หากต้องการใช้ชุดหูฟังที่ใช้แจ็คขนาด 3.5 มม. ก็จะต้องใช้อแดปเตอร์แปลงขนาดช่วย
สำหรับการรับฟังเพลงจากสถานีวิทยุ FM ก็ยังคงต้องใช้ชุดหูฟังเป็นเสาอากาศรับสัญญาณเช่นเคย แต่จะเปิดฟังผ่านชุดหูฟัง หรือเปิดฟังผ่านลำโพงของตัวเครื่องก็ได้เช่นกัน มีระบบค้นหาคลื่นความถี่ที่ชัดเจนได้แบบอัตโนมัติ หากมีสถานีเพลงโปรดในใจแล้วก็ใน่ตัวเลขคลื่นลงไปโดยตรง และมีหน่วยความจำสำหรับบันทึกสถานีวิทยุมาให้อีก 20 สถานี
Applications & Organizer
โปรแกรม และเกมส์จาวาก็มีมาให้ใช้งานอย่างหลากหลาย มีเกมส์ให้เลือกเล่นถึง 5 เกมส์ แต่เป็นเกมส์ที่เราคุ้นเคยกันดีกับค่ายนี้ อย่างเช่น Backgammon, High Roller Casino, Rally 3D, Snake III และเกมส์ Sudoku ส่วนโปรแกรมจาวาก็มีให้เลือกใช้งาน Converter, Search, Widsets, World Clock และ Yahoo! Go, Moby Explorer, Opera Mini, Presenter ส่วนฟังก์ชั่นในหมวดออร์กาไนเซอร์ก็ยังคงมาตรฐานความเป็น Nokia มีทั้งนาฬิกาปลุกแบบเลือกวันปลุกได้, ปฏิทินที่เลือกมุมมองได้แบบรายเดือน รายสัปดาห์ รายวัน บันทึกนัดหมายพร้อมตั้งเตือน, เครื่องคิดเลขแบบพื้นฐาน และแบบวิทยาศาสตร์, บันทึกสิ่งที่ต้องทำ, บันทึกโน้ตย่อ, นาฬิกาปลุก, นาฬิกาตั้งเวลา และนาฬิกาจับเวลา
Final Opinion & Conclusion
มือถือที่รองรับ 3G ของ Nokia โดยมากแล้วจะมีในซีรีย์สูงๆ ตั้งแต่ 5, 6, 7, 8, 9 ไปจนถึง NSeries แต่เดี๋ยวนี้เราจะได้ใ้ช้มือถือ 3G ได้ในราคาที่ไม่แพงมากนัก ถ้าคุณได้ลองเล่นจะนึกไม่ถึงว่าราคาเปิดตัวของมันจะอยู่ที่หกพันกว่าบาทเท่า นั้น เทียบกับซีรีย์ 6 ได้สบายๆ เรียกว่ามีทุกอย่างเท่าเทียมกันทั้งหมด แถมยังเปลี่ยนหน้ากากเองได้ซึ่งเดี๋ยวนี้แทบจะไ่ม่มีให้เห็นแล้ว เอาเป็นว่าถ้าจะซื้อมารอใช้ 3G ที่จะมีในบ้านเราในอีกไม่ช้าก็ถือว่าคุ้มค่ามากอีกรุ่นหนึ่งเลยก็ว่าได้
Strength
เปลี่ยนหน้ากากได้
รองรับ 3G และ Video call บนเครือข่าย WCDMA
กล้องดิจิตอลความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมแฟลช
เครื่องเล่นเพลง MP3 และิวิทยุ FM ในตัว
เพิ่มหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD ได้สูงสุด 4 GB
แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 1000 มิลลิแอมป์
ราคาคุ้มค่าเมื่อเทียบกับความฟังก์ชั่นความสามารถที่ได้
Weakness
ใช้กล้องด้านหน้าถ่ายภาพไม่ได้
เปิดไฟช่วยส่องสว่างขณะถ่ายวิดีโอไม่ได้
ต้องปิดเครื่องเพื่อถอดหน่วยความจำ


