มันก็ 6303 classic ตัวเดิมในเวอร์ชั่นใหม่นั่นแหละ หน้าตาเลยเหมือนกันอย่างที่เห็น สิ่งที่สังเกตจากภายนอกได้ว่าแตกต่างไปจากของเก่าคือ สีสันตัวเครื่องแค่นั้น และอันที่จริงรุ่น i ก็สีมีเหมือนรุ่นเก่าด้วยซ้ำ เอาเป็นว่าถ้าแยกไม่ออกก็ช่างมัน มาดูกันที่เรื่องสำคัญกว่า นั่นก็คือเครื่องในที่หลายคนอยากรู้แล้วว่าต่างกันอย่างไร
ด้านหน้า: กรอบชิ้นหน้าแบ่งออกเป็นสองส่วน คือส่วนที่เป็นพลาสติกสีขาว และอีกส่วนคือโลหะสีเงิน ปุ่มกดทุกปุ่มเรียงตัวกันอย่างดี และมีความนูนพอประมาณ ทำให้กดสั่งงานได้ง่ายมาก จุดเล็กๆ ตรงลำโพงสนทนานั่นเป็นเซ็นเซอร์รับแสงที่เอาไว้ปิดแบ็คไลท์ตรงปุ่มกด และปรับไฟของจอแสดงผลให้เข้ากับสภาวะแสงในขณะนั้น
ด้านขวา: เห็นแค่ปุ่มปรับเสียงอย่างเดียวนะ
ด้านบน: ปุ่มเปิดปิดเครื่องที่ยังใช้เปลี่ยนโพรไฟล์ และเปิดไฟลท์โหมดได้เหมือนเคย
ด้านล่าง: มี 3 รูให้เลือกใช้งานตามความเหมาะสม ได้แก่ รูเสียบสายชาร์จ รูร้อยสายคล้อง และรูเสียบหูฟังแบบ 3.5 มิลฯ ส่วนอีกพอร์ตไมโครยูเอสบีจะมีแผ่นยางกันไว้ไม่ให้ฝุ่นละอองเข้าไปสะสม แต่รูอื่นดันไม่มีอะไรปิดซะงั้น
ด้านหลัง: ลำโพง เลนส์กล้อง และแฟลชแบบแอลอีดีเรียงตัวกันอยู่ตรงพื้นที่ที่เป็นพลาสติกด้านบน ว่ากันว่า 6303i ให้เสียงที่ดังกว่ารุ่นเก่า ซึ่งเราก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน ส่วนสล็อตใส่การ์ดหน่วยความจำจะอยู่ด้านซ้ายของเครื่องเวลาถอดฝาครอบออกครับ ในกล่องได้แถมการ์ดขนาด 2 กิกะไบต์มาให้เรียบร้อยแล้วด้วย
ภาพรวม: ใครที่ชอบมือถือเหล็กๆ เป่าแอร์แล้วเครื่องเย็นเจี๊ยบ แต่มีงบประมาณไม่สูงมาก ขอให้กระโดดใส่รุ่นนี้ได้เลย เนื่องจากงานประกอบดีเกินราคา ขนาดตัวก็กำลังเหมาะมือ ยกเว้นเรื่องดีไซน์เราไม่มีคอมเม้นท์อื่นใดครับ

ชำแหละเครื่องใน
ถ้ามีผู้ใหญ่ที่เคารพรักมาขอคำแนะนำว่า “อยากได้มือถือสักรุ่น เอาที่มองเห็นจอง่ายๆ ตัวหนังสือใหญ่ จะซื้อรุ่นไหนดีที่ราคาไม่แพง” คำตอบแรกที่แล่นเข้ามาในสมองควรจะเป็น 6303i classic ตัวนี้ เพราะมันเข้าข่ายที่ว่าทั้งหมด แถมรู้สึกว่าฟอนท์จะใหญ่กว่ารุ่นเก่าอีกนะ เพราะมันมีการปรับปรุงยูสเซอร์อินเทอร์เฟสใหม่ ไม่เชื่อลองดูในสกรีนช็อตสิ ไอคอนกับตัวหนังสือใหญ่เบ้อเริ่มเลย งานนี้มองไม่เห็นให้มันรู้ไปครับ
มาดูถึงความแตกต่างของทั้งสองรุ่นกันบ้าง อันที่จริงมันก็มีเรื่องที่ดีและแย่ปะปนกันไปนะ ด้วยราคาที่ถูกลงมาพอสมควร ทำให้ฟังก์ชั่นบางอย่างถูกเฉือนทิ้ง อย่างเช่น ระบบออโต้โฟกัสในกล้องดิจิตอลโดยที่ยังคงความละเอียดไว้เท่าเดิม รวมไปถึงขนาดเรโซลูชั่นของวิดีโอด้วย เล่นเอานักถ่ายภาพมือสมัครเล่นเซ็งไปตามกัน
สิ่งที่ดีขึ้นเป็นเรื่องของหน่วยความจำครับ รุ่นนี้มีเมมโมรี่อยู่ 55 เมกะไบต์ และยังเพิ่มได้เยอะกว่า 6303 รุ่นธรรมดาด้วย โดยรองรับการ์ดสูงสุดที่ 8 กิกะไบต์ เอาไว้เก็บเพลงกับวิดีโอได้เยอะอยู่เหมือนกัน
โทรศัพท์สมัยนี้กับแอพพลิเคชั่นต่างๆ นานาดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่แยกกันไม่ออกแล้ว แม้จะไม่ได้เป็นสมาร์ทโฟนก็เหอะ ดังนั้น โนเกียเลยใส่โอวีสโตร์มาให้ในหน้าเมนูหลักด้วยเลย เผื่อว่าคุณอยากจะดาวน์โหลดเกมหรือโปรแกรมมาเล่นในเครื่อง จากที่ดูก็มีปนเปกันไประหว่างแอพที่เสียเงินกับแอพฟรี ไม่ต่างอะไรจากในซิมเบียนครับ
แบตเตอรี่ขนาด 1,050 มิลลิแอมป์ของ 6303i มีขนาดเท่าเก่า แต่ดูเหมือนว่ามันจะมีระบบจัดการกับพลังงานที่ดีขึ้น จากที่ได้ลองใช้คุยหนักๆ ไม่ต่ำกว่า 1 ชั่วโมง วันเดียวนี่ถือว่าสบายมาก ขนาดว่าใช้งานกับหูฟังบลูทูธตลอดก็ยังสบายตัว ตามสเป็กที่ระบุไว้บนหน้าเว็บไซต์ของโนเกีย รุ่นนี้สามารถฟังเพลงได้ยาวนานถึง 30 ชั่วโมงต่อเนื่องเลยนะ ส่วนการคุยต่อเนื่อง 8 ชั่วโมงคงไม่ได้ตามนี้ เพราะไหนจะต้องเปิดสแตนด์บายทิ้งไว้อีก
กูรูฟันธง
จริงๆ เราแอบฟันธงไปแล้วว่า 6303i classic เหมาะกับคนอายุมาก เพราะมีคุณสมบัติหลายอย่างตรงตามที่ลูกค้ากลุ่มนี้ต้องการ ทั้งฟอนท์ใหญ่ ไอคอนโต เสียงคุยดัง ระบบสั่นแรงๆ และด้วยราคาที่ไม่แพงเกินไปนัก ทำให้คุณลูกคุณหลานสามารถซื้อหามาเป็นของขวัญให้กับญาติผู้ใหญ่ได้ด้วยครับ อย่างไรก็ตาม นั่นไม่ได้หมายความว่าวัยรุ่นจะใช้ไม่ได้นะ เดี๋ยวจะหาว่าเราไปตีตราให้กับรุ่นว่าเป็นมือถือของคนแก่ไปเสียอีก






