อุปกรณ์ภายในกล่อง

- โนเกีย C6
- แบตเตอรี่มาตรฐาน BL-4J
- ที่ชาร์จประสิทธิภาพสูงจากโนเกีย AC-15U
- สายเคเบิล USB โนเกีย CA-101D
- ชุดหูฟังสเตอริโอ WH-102
- การ์ด microSD ขนาด 2 GB
- คู่มือการใช้งาน
ลักษณะตัวเครื่อง
ด้านหน้า - หน้าจอระบบสัมผัส พร้อมปุ่มกด 3 ปุ่ม(โทรออก/รับสาย, เมนู, วางสาย/เปิด-ปิดเครื่อง) อยู่ด้านล่าง


เมื่อสไลด์แป้นคีย์บอร์ดออกมา หน้าจอจะปรับเป็นแนวนอนอัตโนมัติ

แป้นไทยสไตล์โนเกีย

ด้านซ้าย - มีเพียงแค่ช่องใส่เมมโมรี่การ์ดเท่านั้น


ด้านขวา - มีปุ่มปรับระดับเสียง/ซูมเข้า-ออก ถัดลงมาเป็นปุ่มล็อค/ปลดล็อคเครื่อง สุดท้ายจะเป็นปุ่มชัตเตอร์

ด้านบน - มีเพียงช่องต่อชุดหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร

ด้านล่าง - มีช่องเสียบสายชาร์จ ถัดมาเป็นรูไมค์ครับ

ด้านหลัง - กล้อง 5 ล้านพิกเซล มีลำโพงอยู่ในแนวเดียวกันกับแนวกล้อง

เปิดฝาหลังโดยการกดปุ่มล็อคลงแล้วดึงฝาหลังขึ้น

ช่องใส่ซิมอยู่ใต้ฝาหลังจำเป็นต้องถอดแบตออกก่อน

หลังจากการทดลองใช้งาน Nokia C6 แล้ว ต้องบอกว่าความรู้สึกแรกที่เห็นหน้าตาช่างไม่ค่อยต่างกับ Nokia 5800 XpressMusic เลย เพียงแค่เพิ่มคีย์บอร์ดสไลด์ด้านข้างมาด้วย วัสดุทำจากพลาสติกด้าน แต่หลังจากการใช้งานแล้วรู้สึกว่าเจ้า Nokia C6 นี่มัทำได้ทุกอย่างครบเครื่องทุกสไตล์จริงๆ ไม่ว่าจะรองรับทุกการเชื่อมต่อ การทำงานต่างๆ กล้องที่ให้ความคมชัดได้ดี ด้าน Media ก็ทำได้ดี ถึงแม้จะมีแค่ลำโพงเดียวแต่ก็ให้เสียงดังพอสมควร ไม่เบาเหมือน Nokia E75 ที่มีลักษณะลำโพงเหมือนกัน การสัมผัสหน้าจอยังคงเหมือนกับ Nokia 5800 XpressMusic เมื่อสไลด์คีย์บอร์ดออกมาก็ให้การพิมพ์แบบ Nokia N97 เหมือนเป็นการรวบทุกสไตล์อย่างลงตัว ใครที่กำลังมองหามือถือที่ทำได้ครบเครื่องตอนนี้คงไม่พ้น Nokia C6 แน่ๆ ในราคาเปิดตัวที่ 10,300 บาท แต่เมื่อวานผมไปเห็นใน Nokia Shop ที่เดอะมอลล์บางกะปิ ราคาลงเหลือ 9,900 บาทแล้ว
ตัวอย่างรูปถ่ายจาก Nokia C6 >>>






